ทาน 'ไข่' แล้วแผลปูด???

 

เคยได้ยินไหมว่า ทาน ‘ไข่’ แล้วแผลอักเสบ ทาน ‘ไข่’ แล้วเป็นแผลเป็น ... ความเชื่อนี้เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า

 

คำตอบคือ ‘ไม่จริง’ ...

หลักสำคัญในการดูแลเมื่อเกิดบาดแผลมีอยู่ด้วยกัน 2 ข้อ คือ

 

         1. การดูแลรักษาความสะอาดของแผล หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลสกปรกเพื่อป้องกันการติดเชื้อโรค

 

         2. การบำรุงร่างกายด้วยอาหารที่มีประโยชน์ ทำให้แผลหายเร็วขึ้น โดยสารอาหาร ที่ช่วยให้บาดแผลหายเร็วขึ้น ได้แก่

 

         - โปรตีน จะช่วยสร้างเนื้อเยื่อ ทำให้เซลล์แต่ละเซลล์ประสานยึดติดเป็นเนื้อเดียวกัน

โดยโปรตีนมีอยู่ในอาหาร ประเภทเนื้อสัตว์ นม ไข่ รวมถึงถั่วเหลือง ถั่วเมล็ดแห้ง เป็นต้น

 

         - วิตามินซี จะทำหน้าที่สร้างผนังของเซลล์ ทำให้เส้นเลือดฝอยมีความแข็งแรง ไม่ก่อให้เกิดการอักเสบ และยังช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ทำให้บาดแผลหายเร็วขึ้น

วิตามินซีพบมากในผลไม้สดทุกชนิด โดยเฉพาะในฝรั่ง มะละกอ ส้มต่างๆ และยังพบในผักอีกด้วย เช่น บร็อคโคลี่ พริกหวานสีแดง อีกด้วย

 

         - ธาตุสังกะสี ช่วยให้เซลล์จับกับวิตามิน กระตุ้นให้แผลหายเร็วขึ้น

ธาตุสังกะสีนี้พบมากในเนื้อสัตว์ นม ไข่ ตับ ถั่วเหลือง

 

ดังนั้น ‘ไข่’ จึงไม่ใช่อาหารแสลงสำหรับคนเป็นแผล ส่วนสาเหตุที่ทำให้แผลอักเสบเป็นหนอง แผลหายช้า นั่นก็เพราะแผลสกปรก มีเชื้อโรคเข้าไป หรือบางคนที่แผลปูดเป็นแผลเป็นก็เกี่ยวเนื่องกับธรรมชาติของผิวหนังของแต่ละคน ไม่ได้มีสาเหตุมาจาก ‘ไข่’ แต่อย่างใด

 

 

* ข้อมูลจาก กระทรวงสาธารณสุข



Lastest News